นอกจาก โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ที่ยกฐานะตัวละคร โทนี่ สตาร์ก ขึ้นไปอีกขั้นแล้ว กวินเน็ธ พอลโทรว์ ก็ได้ที่เป็นข้อสำคัญของเรื่องและเธอก็ทำได้ดีทีเดียว ขณะที่ ดอน ชีเดิล ในบท เจมส์ โรดี้ ก็มีบทบาทมากขึ้นในขั้นเพื่อนซี้ของ โทนี่ สตาร์ก ที่เข้าขาและรับส่งมุขกันได้ดีทีเดียว! ในส่วนรุ่นใหญ่ที่ขึ้นชื่อได้การแสดงอย่าง เบน คิงส์ลี่ย์ และ กาย เพียร์ซ ก็นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของทีมคัดเลือกตัวละครผู้มารับบท แมนดาริน และ อัลดริช คิลเลี่ยน ที่ทำให้ตัวละครทั้งสองตัวนี้เป็นอะไรที่น่าจดจำ โดยเฉพาะเจาะจงในรายของ เบน คิงส์ลี่ย์ ที่ถือว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพรซ์ในเรื่องนี้!
จะสังเกตว่าภาคนี้ ตั้งคำถามในตัวโทนี่ สตาร์ก ว่าเขาเป็นผู้สร้างชุดเกราะหรือเกราะสร้างเขากันแน่! จากความลำบากใจในความคิดที่ทำให้เขาต้องพึ่งพาชุดเกราะอยู่เป็นประจำ รวมไปถึงการสร้างชุดเกราะที่ 42 ให้มาปกป้องเขาตามที่จิตสำนึกตัวสั่งการได้ ทำให้เราได้เห็นถึงความเปราะบางในจิตใจและห้วงทัศนคติของโทนี่ ซึ่งผู้กำกับภาพยนตร์ เชน แบล็ค ก็นำพากิจจามาได้อย่างสุดทางและทำออกมาได้ดีมากในการให้ศิลปินค่อยๆ เข้าใจและเคลียร์ประเด็นที่ค้างคาในใจด้วยเงื่อนปมว่า หนังออนไลน์ เขาต้องต่อสู้กับไพริน โดยที่ไม่มีชุดเกราะ! เป็นที่น่าชมว่าภาคนี้เราได้เห็นบทบู๊ของโทนี่ในร่างสามัญชนมากกว่าใน ร่างสวมชุดเกราะ แต่กระนั้นเราก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่าโทนี่ก็คือไอร์อ่อนแมน
ทั้งหมดนำมาสู่บทสรุปลงท้ายของเรื่องที่ดีมากๆ มันเป็นตอนจบที่สมบูรณ์แบบในตัว แต่ก็เปิดทางเพื่อมุ่งไปสู่ภาคต่อไปได้อย่างไม่เขอะเขิล! ซึ่งรวมไปถึงฉากท้ายเงินเชื่อที่แฝงมุขกัดจิกดาราได้อย่างเฉียบแหลม และเป็นคำตอบของคำถามต่อแนวการเล่าเรื่องในภาคนี้! ซึ่งทั้งหมดต้องยกความดีให้กับ เชน แบล็ค และ ดริว เพียร์ซ ที่ช่วยกันงอกงามบทหนังชั้นดีนี้ออกมา Iron Man 3 ถือเป็นความเจริญที่ดีของหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ที่ทำให้หนังแนวนี้รอดข้อจำกัด เดิมๆ กลุ่มพระเอก ต้นกำจัดผู้กระทำผิดกฎหมายหรือขายแต่ฉากแอ็คชั่นงดงาม แม้ว่าความนุ่มนวลยังไม่ได้เท่ากับที่ The Avengers เคยทำไว้ แต่ในท้ายที่สุดเราก็ได้ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ไตรภาคอีกเรื่องมาประดับบนโลกนี้ และถ้าหากมองว่าไตรภาค The Dark Knight คือความเยี่ยมของฝั่ง DC Comics แล้วละก็ ไตรภาค Iron Man ก็คือสิ่งเชิดหน้าชูตาให้กับค่าย Marvel Studios ที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย

